20 พฤษภาคม 2562 ชลประทานยันน้ำในเขตชลประทาน เพียงพอใช้ไปจนถึงเดือนกรกฎาคม 2562

ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/835583

กรมชลประทาน ชี้แจงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวว่าจากสัญญาณภัยแล้งปีนี้ ที่มีความเป็นไปได้ว่าอาจลากยาวไปจนถึงเดือนกรกฎาคม เมื่อเทียบกับคาดการณ์เดิมที่ภัยแล้งน่าจะสิ้นสุดเดือนพฤษภาคม รวมถึงแนวโน้มภาวะฝนทิ้งช่วงในเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม ซึ่งผลกระทบจากภัยแล้งที่อาจยาวนานขึ้นอีก 2 เดือน สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอีกประมาณเดือนละ 1,000 ล้านบาท หากภัยแล้งลากยาวไปจนถึงเดือนกรกฎาคม อาจทำให้เกิดมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจรวมประมาณ 17,300 ล้านบาท นั้น รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่ากรมชลประทานได้จัดลำดับแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ในอ่างเก็บน้ำต่างๆ เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้น้ำในพื้นที่ชลประทานทุกกิจกรรมตลอดช่วงฤดูแล้ง ได้แก่ การอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ สำรองน้ำสำหรับการใช้น้ำในช่วงต้นฤดูฝน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนกรกฎาคม การเกษตร และการอุตสาหกรรม สถานการณ์น้ำปัจจุบัน (ณ 17 พ.ค. 62) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 40,808 ล้านลูกบาศก์เมตร (ล้าน ลบ.ม.)คิดเป็นร้อยละ 54 ของความจุอ่างฯรวมกัน มีปริมาณน้ำใช้การได้ประมาณ 16,800 ล้าน ลบ.ม. เพียงพอที่จะสนับสนุนการใช้น้ำไปจนถึงเดือนกรกฎาคมนี้แน่นอน ถึงแม้ว่าในช่วงสิ้นสุดฤดูฝนในปี 2561 ที่ผ่านมา อ่างเก็บน้ำบางแห่งจะมีปริมาณน้ำไหลลงอ่างและปริมาณน้ำต้นทุนสำหรับใช้ในฤดูแล้งปี 2561/62 ในปริมาณที่จำกัด แต่กรมชลประทานได้วางแผนในการบริหารจัดการน้ำในช่วง ฤดูแล้งอย่างเคร่งครัด โดยการกำหนดมาตรการบริหารจัดการแบ่งเป็น 2 พื้นที่ คือ พื้นที่ที่ไม่สามารถสนับสนุนน้ำเพื่อการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งปี 2561/62 ได้ และมีปริมาณน้ำเพื่อสนับสนุนการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศ อย่างเพียงพอใช้ไปจนถึงเดือนกรกฎาคม 2562 ส่วนอีกพื้นที่ จะเป็นพื้นที่ที่สามารถสนับสนุนน้ำเพื่อการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งเฉพาะพืชใช้น้ำน้อย(พืชไร่-พืชผัก)เท่านั้น ซึ่งก็มีปริมาณน้ำเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศไปจนถึงเดือนกรกฎาคม 2562 เช่นกัน อนึ่งกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ประกาศการเริ่มต้นฤดูฝนของประเทศไทยในปีนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 อย่างไรก็ตามในบางช่วงของฤดูฝนปีนี้ โดยเฉพาะช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคม จะมีการกระจายของฝนไม่สม่ำและมีปริมาณน้อย อาจเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงได้ ซึ่งจะส่งผลให้มีน้ำไม่เพียงพอสำหรับการเกษตรในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน จึงขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์ฝนจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด รวมทั้งขอให้ร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุดด้วย